บทบาทผู้ตรวจสอบภายใน  ตำรวจลับสู่ที่ปรึกษา
 
บทบาทและหน้าที่ของผู้ตรวจสอบภายในในประเทศไทย ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ซึ่งถูกกำหนดด้วยหัวหน้าผู้ตรวจสอบ    หรือผู้บริหารสูงสุดในองค์กรนั้น    และความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของผู้ตรวจสอบเองเป็นปัจจัยสำคัญ   ทัศนคติของผู้อยู่ในองค์กรต่อผู้ตรวจสอบ  ถูกสร้างขึ้นโดยการแสดงบทบาทและการทำหน้าที่ของผู้ตรวจสอบนั่นเอง   หลากหลายทัศนคติที่ผู้อยู่ในองค์กรมีต่อ   ผู้ตรวจสอบภายในแต่ละยุคสมัย อดีตนายกสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย (อ.เกียรติศักดิ์ จีรเธียรนาถ)  ได้เขียนบทความ  เรื่อง ปัญหาของการตรวจสอบภายในประเทศไทย (จุลสารตรวจสอบภายในได้นำบทความนี้เผยแพร่ในฉบับที่ 46 เดือน พ.ค. - มิ.ย.2548) ซึ่งได้กล่าวถึงปัญหาความเชื่อ และทัศนคติ เป็นเรื่องที่น่าสนในมากครับ โดยทั่วไปแล้วเป็นทัศนคติในเชิงลบ  ในยุคปัจจุบันนี้ผู้ตรวจสอบภายในได้ พยายามแสดงบทบาทในเชิงสร้างสรรค์  อันเป็นประโยชน์ต่อองค์กรและผู้ตรวจสอบภายในเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ เนื่องจากมาตรฐานวิชาชีพการตรวจสอบภายในเป็นปัจจัย หรือแรงผลักดันต่อการแสดงบทบาทในเชิงสร้างสรรค์ของผู้ตรวจสอบภายในยุคปัจจุบัน
                วิวัฒนาการของการตรวจสอบภายใน ได้แสดงให้เห็นถึงลำดับในการพัฒนาวิชาชีพการตรวจสอบภายใน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของบทบาทของผู้ตรวจสอบ และทัศนคติที่ผู้รับการตรวจสอบมีต่อผู้ตรวจสอบ คือ
                 Competition : (Striving Together)
                 Cooperation : (Working Together)
                 Collaboration : (Creating Together)

                Competition : เป็นยุคเริ่มแรก เป็นแนวทางที่แสดงถึงความพยายามต่อสู้กันและการปกป้องระหว่างผู้ตรวจสอบ และผู้รับการตรวจสอบ ต่อสู้กันเพื่อชัยชนะของตนเองเป็นหลัก ไม่ได้คำนึงถึงความต้องการขององค์กร(Striving Together) มีผู้เปรียบเทียบให้เห็นว่า แนวทางนี้เหมือนกับ 1+1 = 0 (0 คือ ผลที่องค์กรได้รับ)
                Cooperation : เป็นแนวทางที่ผู้ตรวจสอบภายในและผู้รับการตรวจสอบ ตระหนักถึงภาระหน้าที่ซึ่งกันและกันให้ความร่วมมือซึ่งกัน แต่ก็ยังให้ความสำคัญต่อภาระตนเองเป็นหลัก ต่างฝ่ายมีภาระหน้าที่ของตนเองไม่ปะปนกัน แต่สามารถทำงานร่วมกันได้ (Working Together) เป็นลักษณะ 1+1 = 2
                Collaboration : เป็นลักษณะของการสร้างสรรค์ร่วมกัน (Creating Together) ทำงานเป็นทีมเดียวกัน เข้าใจเป้าหมายตรงกัน เนื่องจากกำหนดร่วมกัน อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้อาจเป็นอุปสรรคต่อความเป็นอิสระของผู้ตรวจสอบแต่ผลการตรวจสอบจะเป็นที่ยอมรับและนำไปสู่การปรับปรุงงาน ต่างกับแนวทางที่สอง ตรงที่เป็นการสร้างทีมตรวจสอบ
ที่เป็นทีมเดียวกันระหว่างผู้ตรวจสอบและผู้รับการตรวจสอบ เป็นลักษณะ 1+1 = 3

                ปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ในการใช้แนวทาง Collaboration คือ
                1. การสร้างความไว้วางใจ และขจัดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน
                2. ร่วมกันกำหนดหลักการ และเป้าหมาย พร้อมทั้งสร้างพันธะซึ่งกันและกัน
                3. ใช้ทักษะในการเป็นผู้ฟังที่ดี  เป็นพื้นฐานในการทำงานเป็นทีมเดียวกัน

                บทบาทของผู้ตรวจสอบภายในเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของวิชาชีพ  จากเป็นตำรวจลับ มาเป็นจนถึง นักตรวจสอบการปฏิบัติงาน  ซึ่งทำให้ผู้ตรวจสอบภายในมีบทบาทหน้าที่กว้างขวางมากขึ้น มีบทบาทสำคัญที่ส่งผลถึงความสำเร็จขององค์กร จึงเป็นที่มาของบทบาทสำคัญของผู้ตรวจสอบภายในสมัยใหม่ คือ “เป็นที่ปรึกษา (Consultant)”
                มีกิจกรรมหลาย ๆ อย่างที่คล้ายคลึงกันระหว่าง Internal Auditor กับ Consultant ซึ่งในแวดวงธุรกิจการบัญชี (Public Accounting Firm) ของบางประเทศ เช่น New Zealand และ Australia ได้ใช้ผู้ทำหน้าที่ Consultant ทำงานในหน้าที่ Internal Audit ด้วย  ในอเมริกาธุรกิจการบัญชีหลายแห่งกำลังเพิ่มบทบาทของงานด้านที่ปรึกษา ให้ทำงานด้าน Internal Audit ไปด้วย
  ทั้ง  Internal Audit  และ Consultant  มีงานหลายอย่างที่รับผิดชอบเหมือนกัน คือ ทำหน้าที่
                1)  ระบุปัญหา เป้าหมายและข้อจำกัด
                2)  วิเคราะห์ปัญหา เพื่อหาแนวทางแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล
                3)  เสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ข้อแนะนำ และการรายงาน
               วิธีการของ Consultant ที่มีประสิทธิผลเป็นอย่างยิ่ง และเป็นแนวทางที่มีประโยชน์ต่อผู้ตรวจสอบภายใน ในการตรวจสอบ Operational or Performance Audit   คือ การหาคำตอบสำหรับ  6  คำถามที่สำคัญ ดังนี้
               (1)  What are the goals or outcome desired?
                      ในการตรวจสอบ หรือการเป็นที่ปรึกษา เรื่องที่สำคัญมาก คือ การประสานวัตถุประสงค์ของแต่ละธุรกรรม (Activity) ของหน่วยงาน กับวัตถุประสงค์ขององค์กรว่า แต่ละ Activity ของหน่วยงานนั้นเป็น Activity ที่สนับสนุนความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์กรหรือไม่ (ในบางครั้งจะพบว่าวัตถุประสงค์ของบาง Activity ไม่มีส่วนสนับสนุนหรือ
เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ขององค์กร หรือหน่วยงานนั้นเลย  ยิ่งไปกว่านั้นผู้ปฏิบัติก็ไม่ทราบวัตถุประสงค์ในการทำ Activity นั้น ๆ เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามที่ถ่ายทอดต่อ ๆ กันมา)
               (2)  What processes are in place to produce these goals?
                      การตรวจสอบและการเป็นที่ปรึกษาสมัยใหม่ ให้ความสำคัญไปที่กระบวนการมากกว่าผลผลิตที่เกิดขึ้น (process rather than outcome) ของแต่ละหน่วยงาน โดยวิเคราะห์ว่า แต่ละกระบวนการที่มีอยู่นั้นสนับสนุนให้หน่วยงานบรรลุเป้าหมายมากน้อยเพียงใด?  ซึ่งบางครั้งจำเป็นต้องติดตามกระบวนการที่เชื่อมโยงกัน แต่เป็นธุรกรรมที่เกิดขึ้นต่าง หน่วยงานกัน  เพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ กระบวนการที่เกิดขึ้นตรงรอยต่อระหว่าง 2 หน่วยงาน จึงเป็นเรื่องสำคัญ
ที่จะมองข้ามไม่ได้ เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทั้งระบบ
               (3)  What processes are in place to provide feedback?
                      ในแต่ละกระบนการ จะต้องสร้างสิ่งบอกเหตุ (feedback) หรือเครื่องวัดฝังไว้ในแต่ละขั้นตอนที่สำคัญ เพื่อบ่งบอกถึงผลกระทบที่มีต่อผลผลิตของแต่ละกระบวนการที่จะเกิดขึ้น  สิ่งบอกเหตุทั้งหลายนี้จะช่วยให้มีการปรับเปลี่ยน ปรับปรุงให้ได้ผลผลิตออกมาตามเป้าหมายที่ต้องการ ก่อนที่จะได้ผลผลิตที่ไม่ต้องการ
               (4)  Who will monitor the feedback process?
                      เมื่อได้สร้างสิ่งบอกเหตุหรือเครื่องวัดในระบบแล้ว จะต้องกำหนดผู้รับผิดชอบในการรับรู้ในสิ่งบอกเหตุ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพหากมีข้อบ่งชี้ในทางลบ  อย่างไรก็ตาม ในระบบงานหรือกระบวนการที่ซับซ้อน และมีหลายหน่วยงานเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้ทำหน้าที่ Monitor ของแต่ละหน่วยงาน สำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับลักษณะของสิ่งบอกเหตุที่เป็นบวก และลบ  มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดความขัดแย้ง และส่งผลถึงคุณภาพของผลผลิต
               (5)  How will improvement to processes to made?
                      การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องมีในทุกระบบงาน สิ่งที่ต้องระมัดระวังก็คือ ผู้ตรวจสอบ/ที่ปรึกษา ไม่ใช่เจ้าของวิธีการ เป็นเพียงผู้ให้ความเห็น เสนอแนะถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่จะเกิดขึ้นต่อวิธีการที่จะใช้
               (6)  What reward systems are in place for improvements?
                      
รางวัลที่จะได้รับจากการพัฒนาคืออะไร พิจารณา/วัดผลกันอย่างไร? ว่ามีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้นจริง และเป็นประโยชน์ต่อองค์กร                      เป็นที่กังวลกันว่า ผู้ตรวจสอบจะขาดความอิสระหรือไม่เมื่อทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา มาตรฐานวิชาชีพไม่ได้ บ่งบอกไว้ชัดเจน  อย่างไรก็ตาม ความเป็นอิสระของผู้ตรวจสอบแสดงให้เห็นได้ด้วย
                      (1) ความน่าเชื่อถือ  : จะเกิดขึ้น เมื่อผู้ตรวจสอบเป็นอิสระจากงานที่ตรวจ
                      (2) ความเที่ยงธรรม : ไม่ตั้งใจที่จะให้โทษ “axe to grind” และ ยินยอมผ่อนปรน “sweet heart arrangement” จนไม่ตรงตามข้อเท็จจริงที่พบ



ที่มา : เรียบเรียงจาก Best Practices For Internal Audit By Matthew Bender & Co., Inc. โดยสุรพงษ์ ชูรังสฤษฎิ์ CIA
        จากเว็บไซด์สมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย หัวข้อ "เกร็ดความรู้"
(ขอขอบคุณ คุณสุรพงษ์ ชูรังสฤษฎิ์ ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์บทความ)
breitling watches

© Copyright บริษัท ณัฐนารา คอร์ปอเรชั่น จำกัด 2015. All rights reserved.